สปท.เตรียมอภิปรายร่าง รธน.ก่อนเสนอความเห็นให้ กรธ.
เมื่อวันที่ 8 พ.ย.58 นายคำนูณ สิทธิสมาน
โฆษกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวถึงวารการประชุม สปท.วันที่ 9
พ.ย.ว่า เป็นการอภิปรายเพื่อเสนอวิธีการปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน ในด้านเศรษฐกิจและด้านพลังงาน จากนั้นวันที่ 10 พ.ย.จะเป็นวาระด่วนที่แทรกเข้ามาเป็นพิเศษ
คือการอภิปรายแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ แม้
สปท.จะไม่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญโดยตรง
แต่เนื่องจากการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการเมือง
จะสัมฤทธิผลได้อย่างรวดเร็วและยั่งยืนก็ต่อเมื่อเป็นบทบัญญัติในร่างรัฐธรรมนูญที่จะประกาศใช้
ประกอบกับประธาน กรธ.ได้ทำหนังสือมาถึงประธาน สปท.เพื่อขอความคิดเห็น
การบรรจุระเบียบวาระด่วนเข้ามาจึงเหมาะสมด้วยระยะเวลา
เพื่อนำไปสู่การเสนอความเห็นในนาม สปท.อย่างเป็นทางการต่อ กรธ.ในโอกาสต่อไป
แต่จะเป็นในรูปแบบไหน ประธาน สปท.จะเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสม
นายคำนูณ
กล่าวต่อ ส่วนความคืบหน้าในการแต่งตั้งประธานกรรมาธิการและกรรมาธิการสามัญประจำสภา
11
คณะนั้น ขณะนี้คณะกรรมการพิจารณาและกลั่นกรองการดำรงตำแหน่งประธาน
กมธ.และ กมธ.ที่มีนางวลัยลักษณ์ ศรีอรุณ รองประธาน สปท.คนที่ 2 เป็นประธาน ได้พิจารณาเสร็จเรียบร้อยและจัดทำรายงานเสนอประธาน สปท.แล้ว
ประธาน สปท.จะได้พิจารณาเสนอขอความเห็นชอบจาก สปท.ต่อไปในวันที่ 10 พ.ย.นี้ ซึ่งการประชุม กมธ. 11 คณะนัดแรกก็จะเริ่มได้ทันทีในวันที่
11 พ.ย. ถือเป็นช่วงเริ่มต้นเดือนที่สองในโรดแม็ป 1 +
1 + 18 เดือนของ สปท.ที่ได้วางไว้ จากนั้นในวันที่ 16 พ.ย. จะมีการตั้ง
กมธ.วิสามัญขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤตมิชอบ
และคณะกรรมการประสานงานการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ โดยคณะ กมธ.สามัญประจำทั้ง 11
คณะและวิสามัญ 1 คณะจะใช้เวลา 1 เดือนในการจัดทำแผนและข้อเสนอขับเคลื่อนการปฏิรูปเสนอต่อสปท.รอบแรกภายในวันที่
10 ธ.ค.58.
จากการวิเคราะห์ข่าว
สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ
ได้มีการเตรียมอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 10 พฤษจิกายน
เป็นการอภิปรายแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ แม้สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศจะไม่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญโดยตรง แต่เนื่องจากการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศหลายด้าน
จะเกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ และจะสัมฤทธิผลได้อย่างรวดเร็วและยั่งยืนก็ต่อเมื่อเป็นบทบัญญัติในร่างรัฐธรรมนูญที่จะประกาศใช้
นางสาวมานิตา เพชรสุทธิ์ รหัสนักศึกษา 5810835124 ห้อง รปศ.581 เลขที่ 24
สปท.เตรียมอภิปรายร่าง รธน.ก่อนเสนอความเห็นให้ กรธ.
เมื่อวันที่ 8 พ.ย.58 นายคำนูณ สิทธิสมาน
โฆษกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวถึงวารการประชุม สปท.วันที่ 9
พ.ย.ว่า เป็นการอภิปรายเพื่อเสนอวิธีการปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน ในด้านเศรษฐกิจและด้านพลังงาน จากนั้นวันที่ 10 พ.ย.จะเป็นวาระด่วนที่แทรกเข้ามาเป็นพิเศษ
คือการอภิปรายแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ แม้
สปท.จะไม่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญโดยตรง
แต่เนื่องจากการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการเมือง
จะสัมฤทธิผลได้อย่างรวดเร็วและยั่งยืนก็ต่อเมื่อเป็นบทบัญญัติในร่างรัฐธรรมนูญที่จะประกาศใช้
ประกอบกับประธาน กรธ.ได้ทำหนังสือมาถึงประธาน สปท.เพื่อขอความคิดเห็น
การบรรจุระเบียบวาระด่วนเข้ามาจึงเหมาะสมด้วยระยะเวลา
เพื่อนำไปสู่การเสนอความเห็นในนาม สปท.อย่างเป็นทางการต่อ กรธ.ในโอกาสต่อไป
แต่จะเป็นในรูปแบบไหน ประธาน สปท.จะเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสม
นายคำนูณ
กล่าวต่อ ส่วนความคืบหน้าในการแต่งตั้งประธานกรรมาธิการและกรรมาธิการสามัญประจำสภา
11
คณะนั้น ขณะนี้คณะกรรมการพิจารณาและกลั่นกรองการดำรงตำแหน่งประธาน
กมธ.และ กมธ.ที่มีนางวลัยลักษณ์ ศรีอรุณ รองประธาน สปท.คนที่ 2 เป็นประธาน ได้พิจารณาเสร็จเรียบร้อยและจัดทำรายงานเสนอประธาน สปท.แล้ว
ประธาน สปท.จะได้พิจารณาเสนอขอความเห็นชอบจาก สปท.ต่อไปในวันที่ 10 พ.ย.นี้ ซึ่งการประชุม กมธ. 11 คณะนัดแรกก็จะเริ่มได้ทันทีในวันที่
11 พ.ย. ถือเป็นช่วงเริ่มต้นเดือนที่สองในโรดแม็ป 1 +
1 + 18 เดือนของ สปท.ที่ได้วางไว้ จากนั้นในวันที่ 16 พ.ย. จะมีการตั้ง
กมธ.วิสามัญขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤตมิชอบ
และคณะกรรมการประสานงานการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ โดยคณะ กมธ.สามัญประจำทั้ง 11
คณะและวิสามัญ 1 คณะจะใช้เวลา 1 เดือนในการจัดทำแผนและข้อเสนอขับเคลื่อนการปฏิรูปเสนอต่อสปท.รอบแรกภายในวันที่
10 ธ.ค.58.
จากการวิเคราะห์ข่าว
สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ
ได้มีการเตรียมอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 10 พฤษจิกายน
เป็นการอภิปรายแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ แม้สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศจะไม่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญโดยตรง แต่เนื่องจากการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศหลายด้าน
จะเกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ และจะสัมฤทธิผลได้อย่างรวดเร็วและยั่งยืนก็ต่อเมื่อเป็นบทบัญญัติในร่างรัฐธรรมนูญที่จะประกาศใช้
นางสาวมานิตา เพชรสุทธิ์ รหัสนักศึกษา 5810835124 ห้อง รปศ.581 เลขที่ 24
สปท.เตรียมอภิปรายร่าง รธน.ก่อนเสนอความเห็นให้ กรธ.
นางสาวมานิตา เพชรสุทธิ์ รหัสนักศึกษา 5810835124 ห้อง รปศ.581 เลขที่ 24
เมื่อวันที่ 8 พ.ย.58 นายคำนูณ สิทธิสมาน
โฆษกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวถึงวารการประชุม สปท.วันที่ 9
พ.ย.ว่า เป็นการอภิปรายเพื่อเสนอวิธีการปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน ในด้านเศรษฐกิจและด้านพลังงาน จากนั้นวันที่ 10 พ.ย.จะเป็นวาระด่วนที่แทรกเข้ามาเป็นพิเศษ
คือการอภิปรายแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ แม้
สปท.จะไม่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญโดยตรง
แต่เนื่องจากการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการเมือง
จะสัมฤทธิผลได้อย่างรวดเร็วและยั่งยืนก็ต่อเมื่อเป็นบทบัญญัติในร่างรัฐธรรมนูญที่จะประกาศใช้
ประกอบกับประธาน กรธ.ได้ทำหนังสือมาถึงประธาน สปท.เพื่อขอความคิดเห็น
การบรรจุระเบียบวาระด่วนเข้ามาจึงเหมาะสมด้วยระยะเวลา
เพื่อนำไปสู่การเสนอความเห็นในนาม สปท.อย่างเป็นทางการต่อ กรธ.ในโอกาสต่อไป
แต่จะเป็นในรูปแบบไหน ประธาน สปท.จะเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสม
นายคำนูณ
กล่าวต่อ ส่วนความคืบหน้าในการแต่งตั้งประธานกรรมาธิการและกรรมาธิการสามัญประจำสภา
11
คณะนั้น ขณะนี้คณะกรรมการพิจารณาและกลั่นกรองการดำรงตำแหน่งประธาน
กมธ.และ กมธ.ที่มีนางวลัยลักษณ์ ศรีอรุณ รองประธาน สปท.คนที่ 2 เป็นประธาน ได้พิจารณาเสร็จเรียบร้อยและจัดทำรายงานเสนอประธาน สปท.แล้ว
ประธาน สปท.จะได้พิจารณาเสนอขอความเห็นชอบจาก สปท.ต่อไปในวันที่ 10 พ.ย.นี้ ซึ่งการประชุม กมธ. 11 คณะนัดแรกก็จะเริ่มได้ทันทีในวันที่
11 พ.ย. ถือเป็นช่วงเริ่มต้นเดือนที่สองในโรดแม็ป 1 +
1 + 18 เดือนของ สปท.ที่ได้วางไว้ จากนั้นในวันที่ 16 พ.ย. จะมีการตั้ง
กมธ.วิสามัญขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤตมิชอบ
และคณะกรรมการประสานงานการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ โดยคณะ กมธ.สามัญประจำทั้ง 11
คณะและวิสามัญ 1 คณะจะใช้เวลา 1 เดือนในการจัดทำแผนและข้อเสนอขับเคลื่อนการปฏิรูปเสนอต่อสปท.รอบแรกภายในวันที่
10 ธ.ค.58.
จากการวิเคราะห์ข่าว
สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ
ได้มีการเตรียมอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 10 พฤษจิกายน
เป็นการอภิปรายแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ แม้สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศจะไม่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญโดยตรง แต่เนื่องจากการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศหลายด้าน
จะเกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ และจะสัมฤทธิผลได้อย่างรวดเร็วและยั่งยืนก็ต่อเมื่อเป็นบทบัญญัติในร่างรัฐธรรมนูญที่จะประกาศใช้
นางสาวมานิตา เพชรสุทธิ์ รหัสนักศึกษา 5810835124 ห้อง รปศ.581 เลขที่ 24
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น